โรคติดเชื้อแบคทีเรียในปลาทะเล

โดย aqua medical     ตรวจ : สพ.ญ.กฤดา ชูเกียรติศิริ

 

 

     หลังจากที่คุณหมอ ได้เขียนถึงโรคติดเชื้อแบคทีเรียในปลาน้ำจืดไปแล้ว ก็มีผู้อ่านบางท่านถามถึงโรคในปลาทะเล ผมจึงได้ปรึกษาคุณหมอและตัดสินใจเขียนเพิ่มเติมในครั้งนี้ ด้วยเพราะคุณหมอมีงานยุ่งในช่วงนี้ ผมอาจจะเขียนไม่ได้ลงลึกมากแต่จะพยายามเขียนให้เข้าใจว่าโรคแบคทีเรียในปลาทะเลมีลักษณะอย่างไรและเราควรจะจัดการรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างไรดี

     ซึ่งตรงนี้อาจจะเขียนเป็นเชิงเล่าสู่กันฟังมากกว่าที่จะเป็นข้อมูลวิชาการ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อการเลี้ยงปลาทะเลได้
 

     
เชื้อแบคทีเรียก่อโรคในตู้ปลาทะเลมาจากไหน

                เชื้อแบคทีเรียก่อโรคในปลาทะเลหลายๆตัวเป็นเชื้อที่มีอยู่แล้วในน้ำ (Normal flora) เช่น เชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Vibrio spp. เชื้อชนิดนี้มีมากในน้ำทะเล มีทั้งเชื้อที่ดีและเชื้อก่อโรคมากมาย, Mycobacteria spp., Aeromonas spp. เป็นต้น การมีเข้ามาสู่ระบบการเลี้ยงสามารถเข้ามาได้จากทุกทางแม้ว่าจะมีการกรองน้ำและฆ่าเชื้ออย่างดีแล้วก็ตาม เส้นทางที่เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะเข้ามาในระบบเพิ่มเติมได้ทั้งจากน้ำทะเลที่ใช้ (ทั้งน้ำทะเลจริงและน้ำทะเลเทียม) จากหิน ทราย ต่างๆ อาหารสด อาหารเม็ด จากในระบบกรองและตัวการที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ ปลาใหม่

 

การเลี้ยงระบบเปิดแบบใน Aquarium ส่วนใหญ่ นั้นการจัดการเรื่องโรคแบคทีเรียนั้นต้องใส่ใจอย่างมากและสม่ำเสมอ

     
การจัดการเบื้องต้นและการป้องกัน

                ส่วนใหญ่แล้วตู้เลี้ยงปลาทะเลที่มีการจัดการในส่วนของระบบกรองน้ำที่ดี และการควบคุมการให้อาหารที่ดีมักไม่ค่อยประสบปัญหาเรื่องโรคแบคทีเรียเท่าไรนัก ทั้งนี้เพราะเกิดการควบคุมปริมาณเชื้อแบคทีเรียกันเองภายในระบบ อีกทั้งคุณภาพน้ำที่ดีจะทำให้สัตว์มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นด้วย ถึงกระนั้น หากมีแหล่งของเชื้อก่อโรคปริมาณมากเข้ามาก็อาจจะทำให้เกิดการระบาดของเชื้อแบคทีเรียได้โดยง่าย เช่น ปลาใหม่ที่มีเป็นโรคแต่ไม่แสดงออก (พาหะนำโรค) การให้อาหารสดปริมาณมาก การใช้อาหารที่เก่า การใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างตู้ที่มีเชื้อโรคสูงกับตู้ที่ปกติ การหมักหมมในระบบกรองหรือใต้ทรายในกรณีที่ไม่มีสัตว์ก้นตู้ที่ดี

   

      จุดสำคัญจึงอยู่ที่ผู้เลี้ยงว่าจะต้องมีความเอาใจใส่ในการดูแล และควบคุมตัวแปรเหล่านี้ให้ดี เช่น การกักโรคปลาใหม่ก่อนลงตู้รวมอย่างน้อย 15 วัน หรือการให้อาหารที่สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน การแยกใช้อุปกรณ์ระหว่างตู้ที่ป่วยและปกติหรือมีการทำความสะอาดที่ดี รวมถึงการศึกษาให้เข้าใจถึงการจำลองระบบนิเวศของตู้ปลาทะเล อีกทั้งปัจจัยอื่นๆ อาทิ การควบคุมอุณหภูมิไม่ให้แกว่งจนเกินไป การรักษาคุณภาพน้ำ การใช้อุปกรณ์เสริมบางชนิด (หลอดUV) ก็จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อลงได้

     
 

 

ปลาผีเสื้อที่มักจะทนทานสารเคมีบางชนิดได้ต่ำ และมักมีปัญหาเมื่อใช้ยาเป็นเวลานาน การรักษาจึงต้องมีความแน่นอนและได้ผลสูง ด้วยยาปริมาณน้อย

     
     ข้อควรระวังคือเรื่องการใช้ยาหรือสารเคมีใดๆลงในน้ำ และระบบ เนื่องจากระบบการเลี้ยงปลาทะเลมีข้อจำกัดในการใช้สารเคมีบางชนิด และการใช้ยา เนื่องจากสัตว์ทะเลหลายๆตัวที่มักเลี้ยงรวมกับปลามีความไวต่อสารเคมีแตกต่างกัน บางชนิดทนได้ บางชนิดไม่อาจทนได้ จึงควรระวัง เช่น พวกหนอนท่อต่างๆ และสัตว์กลุ่มหอยและหมึก อีกทั้งระบบการเลี้ยงตู้ปลาทะเลจะมีจุลินทรีย์จำนวนมากที่เกี่ยวข้องอยู่ การใช้สารเคมีและการใช้ยาอาจทำให้สมดุลของจุลินทรีย์เหล่านั้นเสียไปและทำให้คุณภาพน้ำเสีย การเกิดโรคแบคทีเรียระบาดในระบบการเลี้ยงได้ในเวลาต่อมา
     

อาการของโรคแบคทีเรียในสัตว์ทะเลบางชนิดที่มักพบบ่อย

  1. การตกเลือด จ้ำเลือด ในปลาทะเล ลักษณะอาการของโรคเหมือนที่เกิดขึ้นกับในปลาน้ำจืด คือมีรอยช้ำเลือดใต้ผิวหนังเกิดขึ้น มักเกิดจากการติดเชื้อในร่างกายโดยมีสาเหตุโน้มนำมาจากคุณภาพน้ำที่แย่ลง และการติดเชื้อปรสิตภายนอกอื่นๆ

อาการตกเลือด

 

ตาโปนลักษณะนี้อาจพบได้ทั้งติดเชื้อและ micro bubble

 

  1. ครีบหรือระยางค์กร่อน แหว่ง เปื่อย มักพบมากในปลาที่มีการเคลื่อนไหวช้า เช่น ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ เป็นต้น และสัตว์ก้นตู้แทบทุกชนิด เช่น กุ้ง ปู หนอนท่อต่างๆ มักมีสาเหตุโน้มนำมาจากการโดนสัตว์ร่วมตู้ กัด เกี่ยว หรือทะเลาะกันในกลุ่มปลาทำให้เกิดการติดเชื้อได้ อีกสาเหตุหนึ่งคือคุณภาพน้ำที่ด้อยลง และการติดเชื้อปรสิตภายนอกอื่นๆ
  1. การบวม พอง ของอวัยวะต่างๆ เช่น ตาโปน ท้องบวม ทั้งนี้อาการดังกล่าวยังต้องดูอาการอย่างอื่นร่วมด้วยเช่น ตาโปนเพียงอย่างเดียว มีฟองแก๊สในลูกตาด้วยหรือไม่ หรือมีการตกเลือดร่วมด้วยหรือไม่ ตาโปนกี่ข้างเป็นต้น
  1. เกิดเนื้อตาย สีซีดแข็งขึ้นบนร่างกาย อาการแบบนี้มักเกิดขึ้นเร็วและยากที่จะแก้ไขได้ทันท่วงที มักเป็นการติดเชื้อภายในร่างกายมาก่อนหน้าที่จะแสดงอาการของโรคแล้ว
  1. ผอมผิดปกติ แกร็น อาการนี้สัตว์น้ำตัวที่เป็นอยู่อาจจะไม่ตายและสามารถอยู่ไปได้อีกนาน แต่แนะนำว่าหากเจอเช่นนี้อย่าลังเลที่จะแยกสัตว์น้ำที่ผอมผิดปกติตัวน้ำออกมา เพราะจะเป็นพาหะนำโรคได้
  1.  แผลหลุม อาจจะมีทั้งแผลหลุมที่มีการตกเลือดด้วยหรือแผลหลุมที่มีลักษณะเป็นจุดสีดำ พบบ่อยในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น กุ้ง ปู หอย ต่างๆ การรักษาควรให้ยาปฏิชีวนะด้วยการกินในประมาณที่เหมาะสมเท่านั้น การใช้ยาแช่มักไม่ได้ผลเนื่องจากมีการติดเชื้อในร่างกายด้วย และการปรับค่าคุณภาพน้ำบางอย่าง เช่น ค่า alkalinity เพื่อกระตุ้นการลอกคราบก็ยังสามารถช่วยลดการระบาดของโรคได้อีกทางหนึ่ง คราบที่ลอกแล้วจะต้องเก็บออกจากตู้ให้หมด ส่วนในกรณีที่ติดเชื้อลักษณะนี้ในปลาทะลการให้ยากินและการทายาปฏิชีวนะชนิดกันน้ำที่บริเวณแผลจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีมากขึ้นอีกด้วย
     

สิ่งที่ควรทำเมื่อปลาทะเลป่วยติดเชื้อแบคทีเรีย

                ในกรณีปลาใหญ่ให้แยกตัวที่ป่วยออกจากตู้มาก่อน เพื่อทำการรักษาต่อไปได้ทุกวิธี แต่ในกรณีปลาเล็กหรือปลาฝูงที่จับออกจากตู้ได้ยากให้ทำการรักษาพร้อมกันไปทั้งฝูง หรือทั้งตู้เลย หากจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา ให้แยกระบบกรองออกจากตู้นั้นก่อนและทำการเดินระบบกรองนั้นกับน้ำทะเลเปล่าๆก็ได้ เพื่อลดความเสียหายของแบคทีเรียในระบบกรองลงบ้าง และหินเป็น ทรายเป็นให้นำออกจากตู้ให้มากที่สุด อาจจะนำไปไว้ร่วมกับระบบกรองที่แยกออกมาก็ได้ ส่วนในตู้ที่ใส่ยาลงไปนั้นหลังการรักษาเสร็จสิ้นให้คิดเหมือนว่าพึ่งเริ่มตั้งระบบใหม่อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากจุลชีพที่สำคัญในตู้อาจจะตายไปหมดแล้ว วิธีการใส่ยาในตู้นั้นสำหรับการเลี้ยงปลาทะเลแล้วนับได้ว่าเป็นทางเลือกท้ายๆในการจัดการเพราะผลเสียที่เกิดขึ้นนั้นมีมาก ส่วนการรักษาด้วยยากินสามารถกระทำได้เลยในตู้เลี้ยง เพราะปริมาณยาที่กินเข้าไปนั้น หากได้กระทำอย่างถูกวิธี จะไม่มีผลกระทบอะไรกับระบบการเลี้ยงเลย และการใช้ยากินควรจะรักษาไปพร้อมๆกันทั้งตู้เพราะเนื่องจาก ระหว่างปลาป่วยที่กำลังจะหายอาจจะเป็นพาหะนำโรคได้ การรักษาพร้อมกันจึงนับเป็นหนทางป้องกันที่ดีวิธีหนึ่ง
 
     
 

 
 

  หินเป็น ทรายเป็นและระบบกรองชีวภาพ สิ่งที่ผู้เลี้ยงปลาทะเลห่วงมากเมื่อถึงคราวจำเป็นต้องมีการใช้ยารักษาโรคในตู้เลี้ยงสัตว์ทะเล

 
     

ข้อควรคำนึงถึงในการใช้ยาและสารเคมีในตู้ปลาทะเล

- สารเคมีหรือยาบางชนิดเป็นพิษต่อสัตว์น้ำบางชนิดได้ โดยเฉพาะพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและปลากระดูกอ่อน เช่น คอปเปอร์ซัลเฟต และ trichofon เป็นพิษต่อสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและจุลชีพ เป็นพิษต่อจุลชีพ เป็นต้น (ขอพูดเผื่อไปถึงการรักษาโรคปรสิตด้วยเลยละกันครับ คงไม่ว่ากัน)

- คุณภาพน้ำบางอย่างจะทำให้การใช้ยาและสารเคมีสิ้นเปลืองและอาจจะไม่ได้ผล เช่น โลหะหนักในน้ำทะเลที่มีอยู่ปริมาณมากมักจะจับตัวกับสารเคมีหรือยาได้ทำให้ตกตะกอนและไม่สามารถออกฤทธิ์ได้, เกลือในน้ำทะเลที่มีอยู่มากอาจจะทำให้ยาปฏิชีวนะบางชนิดเสื่อมสภาพและตกตะกอนได้ เป็นต้น

-สารเคมีหลายๆชนิดสามารถตกค้างในระบบการเลี้ยงได้ในระยะยาว เช่น คอปเปอร์ซัลเฟตที่ตกตะกอนสามารถอยู่ในระบบได้นานหลายเดือน และสามารถละลายกลับมาในน้ำได้อีกด้วยทำให้แม้การรักษาจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วแต่ก็ยังมีผลกระทบต่อสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในตู้มาตลอด

     

 

........ก่อนหน้า

 

ต่อไป........

หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

© Copyright 2007-2011 AQUA MEDICAL. All right reserved.

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน