โภชนาการสำหรับเต่า

โดย สพ.ญ.กฤดา ชูเกียรติศิริ

 

 

     ต่อจากตอนที่แล้ว

     2 เต่าที่กินทั้งพืชและเนื้อสัตว์ (Omnivorous)

     การให้อาหารเต่าในกลุ่ม omnivorous tortoises and semi-aquatic chelonians นี้สัดส่วนอาหารที่ให้เป็นพืชและเนื้อสัตว์ อัตราส่วนจะอยู่ที่ 75%:25% ถึง 90%:10% ตามลำดับ ขึ้นกับชนิดเต่า แหล่งที่อยู่อาศัยในธรรมชาติ และเพื่อเป็นการป้องกันการขาดสารอาหาร (Nutritional disease) อาจจะใช้การ gut load ในหนอนหรือแมลงก่อนให้เต่ากิน นอกจากนี้ตัวอ่อนแมลงส่วนใหญ่จะมีฟอสฟอรัสในปริมาณที่สูง การให้อาหารจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการเสริมแคลเซียมให้ในอาหาร เพื่อให้ระดับแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสสมดุล (calcium-phosphorus ratio)

     
          ข้อแนะนำในการให้อาหารเต่าประเภทนี้
  • สามารถให้อาหารเต่าด้วยเนื้อสัตว์ และปลา หรือใช้อาหารสุนัขที่มีไขมันต่ำ (สูตร low fat)ได้บ้างในปริมาณไม่มาก(ไม่ควรเกินสัปดาห์ละครั้ง) แต่ควรพิจารณาการให้อาหารตามธรรมชาติของเต่าเป็นอันดับแรกก่อนจึงเสริมอาหารชนิดอื่น
  • ควรงดเว้นอาหารสุนัขและอาหารแมวที่มีไขมันสูง (อาหารสุนัขและแมวปกติตามท้องตลาดจะมีไขมันสูง) และนอกจากนี้ในอาหารสุนัขและแมวจะมีปริมาณวิตามิน D3 สูงและจะทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียมในเนื้อเยื่ออย่างผิดปกติ ซึ่งเป็นอาจจะเป็นอันตรายต่อเต่า

Eastern Box turtle

     

Ornate Box turtle

การให้อาหารเต่าน้ำ
  • เต่าน้ำส่วนใหญ่จะเป็น Omnivorous ซึ่งกินทั้งพืชและสัตว์
  • การให้อาหารเต่าที่มีส่วนผสมของกุ้งอบแห้งสูง อาจจะทำให้วิตามินและแร่ธาตุน้อย ในขณะที่การให้ปลาที่มีไขมันสูง ในปริมาณมากๆจะทำให้เกิดอาการไขมันอักเสบได้ (Steatitis) หรือไขมันในตับ (Fatty liver) และการขาดวิตามิน B เนื่องจากมีเอนไซม์ Thiaminases (เอนไซม์ที่ทำลายวิตามิน B) มากเกินไป
  • การให้อาหารสุนัขไขมันต่ำ สามารถให้ได้บ้าง ซึ่งปกติจะให้เพียงอาทิตย์ละครั้ง
  • อาหารสำเร็จรูปที่มีปริมาณโปรตีนจากสัตว์สูง มักมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณฟอสฟอรัสสูงด้วยเช่นกันซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณความต้องการแคลเซียม หากไม่ได้รับแคลเซียมสมทบอย่างเพียงพอจะทำให้เกิดอาการกระดองผิดรูปหรือกระดูกเจริญผิดปกติได้ เช่น อาหารปลา อาหารกุ้ง จะมีปริมาณฟอสฟอรัสสูง
  • ในลูกเต่าควรให้อาหารที่มีแคลเซียมและวิตามิน D3 อย่างเพียงพอ เพื่อการเจริญเติบโตของกระดูกที่ดี และได้รับวิตามิน A ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งหากขาดวิตามิน A ลูกเต่าจะแสดงอาการป่วยอย่างรวดเร็ว
     
ตัวอย่างอาหารสำหรับเต่า omnivore ขอยกตัวอย่างในเต่า Box turtles

     ควรให้อาหารที่เป็นพืช 35-50% ของอาหารในแต่ละมื้อ ในขณะที่อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ควรให้ประมาณ 50-75 %ของปริมาณอาหารทั้งหมด นอกจากนี้ในส่วนของพืชที่ให้ควรเป็นผัก 70-80% และผลไม้เล็กน้อย 20-30% และควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารแมว ส่วนอาหารสุนัขควรจะให้ไม่เกิน 5% ของอาหารทั้งหมด  นอกจากนี้ผักที่มีสีเหลือง สีส้ม สีแดง จะเป็นแหล่งของวิตามิน A ที่ดีมาก เช่น แครอท (ดูตารางที่ 4 ด้านล่าง)

     ในลูกเต่า box turtle และเต่าวัยอ่อนต้องการเนื้อมากกว่าในตัวเต็มวัยที่ต้องการพืชผักและผลไม้มากกว่า ใน Asian Box turtle จะกินอาหารในน้ำการให้อาหารต้องคำนึงในจุดนี้ด้วย ส่วนในกลุ่มเต่า Semi-aquatic turtle นั้นบางชนิดเมื่อโตเต็มวัยจะกินแต่พืชเป็นหลัก

     เต่า Semi-aquatic turtle และเต่าน้ำ ควรมีการจัดการให้อาหารที่ใส่ใจมากขึ้น การให้อาหารชนิดเดิมบ่อยๆ และการที่เต่าติดนิสัยการกินเนื้อ ปลาและกุ้ง ไม่ยอมกินผัก มักจะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดสารอาหารตามมา โดยเฉพาะการขาดวิตามิน เช่นวิตามิน A  

     นอกจากการให้สัตว์ทั้งตัว เช่นปลา หรือหนู แล้ว การเสริมแคลเซียมและวิตามินผงในเต่าน้ำนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ โดยสามารถนำอาหารที่เปียกจุ่มไปในผงเหล่านั้น หรือการคลุกไปในอาหารแล้วเคลือบด้วยเจลาตินหรือสารเหนียวอื่นๆ

     ในเต่าน้ำที่โตเต็มวัยควรให้อาหารเพียงแค่สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งเท่านั้นเพื่อป้องกันโรคอ้วน

     
ตารางที่ 3 แสดงตัวอย่างชนิดเต่าที่เป็น Omnivorus
เต่าบก (Terrestrial tortoises) เต่าน้ำ (Semi-aquatic Chelonians)
  ในบางชนิดจะมีบางช่วงของชีวิตที่กินพืชหรือกินเนื้อมากกว่าช่วงอื่นๆ แต่โดยมากแล้วเต่าในวัยเด็กมักมีแนวโน้มที่จะเป็นสัตว์กินเนื้อหรือสัตว์กินแมลงมากกว่าตัวเต็มวัย

  ผู้อ่านควรจะต้องศึกษาถึงธรรมชาติของเต่าแต่ละชนิดเพิ่มเติม

     
  ตารางที่ 4 ตัวอย่างอาหารที่เหมาะสมต่อ Box turtle
ผัก ผลไม้ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์
Collard green, Mustard green, Dandelion, Spinach, เห็ด, Broccoli แอปเปิ้ล, องุ่น, แตงโม, Melon, Strawberries, กล้วย

อาหารสุนัข, หนูแดง, ปลา, กุ้ง, ไส้เดือน, จิ้งหรีด, หนอนนก, Waxworms, ทากบก, แมลงต่างๆ

    รายการพืชผัก ผลไม้ทั้งหมดที่แสดงในตารางนี้ ได้อ้างอิงมาจากหนังสือ Medicine and surgery of tortoises and turtle ซึ่งอาจจะเป็นพืชในต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ผู้อ่านโปรดใช้การวิเคราะห์เพื่อให้เหมาะกับสภาพการเลี้ยงในไทย

Red-eared slider turtle

 

     

3. เต่าที่กินเนื้อเป็นอาหารหลัก (Carnivorous)

     เต่ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเต่าน้ำ โดยอาหารหลักมักจะเป็นเนื้อสัตว์ ส่วนความต้องการพืชผักมีปริมาณน้อยมาก หลักการเลือกอาหารสามารถดูได้จากหัวข้อที่ 2. Omnivorous ข้างบน

ตารางที่ 5 แสดงตัวอย่างชนิดของเต่ากินเนื้อ Canivorus หรือ Pseudominantly carnivorous

Semi-aquatic Chelonians
     

 

 Alligator Snapping Turtle

 
     
     
     

 อ้างอิงรูปภาพจาก

 

 เอกสารอ้างอิง

Mader, D.R. 2006. Reptile medicine and surgery. 2ed. Elsevier Inc., Canada.

McArthur S., et al., 2004. Medicine and surgery of tortoises and turtles. Blackwell Publishing, Oxford, UK.

http://www.exoticpetvet.net/reptile

http://www.animalhelp.com

http://www.tortoisetrust.org

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ปรากฏในบทความทั้งหมดนี้ได้อ้างอิงตามแหล่งข้อมูลอาจจะมีบางชื่อที่เก่า หรือเป็นชื่อพ้อง หรือสะกดตกหล่น ทางทีมงาน Aqua medical และผู้เขียนขออภัยมา ณ ที่นี้ แต่ได้พิจารณาแล้วว่า โดยรวมไม่ทำให้ข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญเสียหายหรือบิดเบือนแต่อย่างใด
     
 

หน้า 1 2

 

 

........ก่อนหน้า

 

ต่อไป........

หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

 

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน