|
|
การให้อาหารเต่า
ก่อนอื่นเราควรจะรู้จักกันก่อนดีกว่า
ว่าเต่าที่เราเลี้ยงเป็นเต่าที่กินอาหารประเภทไหน
เราสามารถแบ่งประเภทของเต่าตามลักษณะอาหารที่กินได้เป็น
3
ประเภท คือ
1
เต่าที่กินพืชอย่างเดียว (Herbivorous)
โดยเต่าประเภทนี้จะมีจุลชีพที่ช่วยในการหมักย่อยอาหารในลำไส้ใหญ่
โดยจุลชีพเหล่านี้จะไปช่วยย่อยอาหารบางอย่างที่เต่าเองย่อยไม่ได้ เช่น
cellulose
และแปรเปลี่ยนไปเป็นสารอาหารอย่างอื่นให้แก่เต่า โปรตีน กรดอะมิโน กรดไขมัน
ฯ
ลักษณะอาหารที่เหมาะจะใช้เลี้ยงเต่าประเภทนี้อาจจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
- เป็นผักที่มีเยื่อใย
แร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญสูงเพียงพอ เช่น calcium
วิตามิน A และD3
ฯลฯ
- มีสมดุลของแร่ธาตุต่างๆเหมาะสมกับเต่า เช่น
Calcium : Phosphorus อย่างน้อย
2 : 1 ขึ้นไป
- เป็นพืชผักที่สด มีน้ำในปริมาณเหมาะสม
- ควรมีแร่ธาตุ สารอาหารบางชนิดในปริมาณต่ำ เช่น
Phosphorus, โปรตีน,
ไขมัน, Thiocyanates และ Oxalates
เป็นต้น
|
ข้อแนะนำในการให้อาหารเต่าประเภทนี้
- สัดส่วนอาหารที่เหมาะสมของเต่าประเภทนี้ คือ
95% ควรเป็นผัก และสามารถให้ผลไม้ได้ไม่ควรเกิน
5% ส่วนอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น
อาหารสุนัขไขมันต่ำ, อาหารเต่าสำเร็จรูป, หนู หรือลูกหนู ไม่ควรให้เกิน
5% และให้ไม่เกิน 1
ครั้งต่อ 2 สัปดาห์
-
การให้พืชหรือดอกไม้แก่เต่าควรระวังพืชบางชนิดที่มีพิษ เช่น
Daffodils, มันฝรั่งสด, Better cup, Yew, .ใบกระถิน
เป็นต้น อีกทั้งเรื่องของยาฆ่าแมลงและสารตกค้างก็ต้องระวังอย่างมาก
- เพื่อลดการเลือกกินอาหาร
อาจจะใช้วิธีผสมผักหลายๆชนิดเข้าด้วยกัน
(คล้ายการทำสลัดผักแต่ไม่ต้องปรุงรส)
เนื่องจากการผสมผักหลายๆชนิดเข้าด้วยกันเต่าจะกินผักได้หลากหลาย
มีสารอาหารต่างๆในแต่ละมื้อสมดุลมากขึ้น
- ในการให้ผักบางประเภทก็ควรระวัง เช่น ผักขม,
Cabbage และ Beet greens bind calcium
จะมี Oxalates สูงมาก
ซึ่ง
oxalate จะจับตัวกับ
calcium
ทำให้สัตว์อาจจะเกิดการขาดแคลเซียมตามมาได้ ในขณะที่
Cabbage บร็อคเคอรี่ และ Kale จะมี
Goitrogens ซึ่งสามารถทำให้เต่าเกิด
Hypothyroidism (คอพอก) ในเต่าบกขนาดใหญ่ได้
เนื่องจากสารตัวนี้จะไปยับยั้งการดูดซึมไอโอดีน
แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้จากการให้กินพืชผักที่มีความหลากหลาย
ผักดังกล่าวก็ยังสามารถให้ได้ในบางครั้ง(ไม่ควรให้กินทุกวัน)
- ไม่ควรให้
Rhubarb และ Radish
แก่เต่าเด็ดขาด มีพิษกับเต่าอาจถึงเสียชีวิต
-
อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับเต่าส่วนใหญ่จะมีโปรตีนสูงสำหรับเต่า
ในเต่าวัยอ่อน เต่าเด็กไม่ควรให้เนื่องจากการกินอาหารที่มีโปรตีนสูงนอกจากจะทำให้กระดองผิดรูปแล้ว(เป็นรูปปิรามิด
หรือ pyramidal shape)
ยังอาจจะทำให้เกิดการสะสมก้อนยูเรตในกระเพาะปัสสาวะได้ และ
ส่วนในเต่าโตอาจจะให้เสริมมื้ออาหารปกติได้บ้าง(ไม่ควรเกินอาทิตย์ละครั้ง)
-
ไม่ควรให้อาหารที่มีโปรตีนจากสัตว์แก่เต่า เนื่องจากโปรตีนจากสัตว์จะรบกวนการหมักย่อยปกติของทางเดินอาหารทำให้เกิดการ
Derange
(การทำให้การทำงานและเจริญเติบโตผิดปกติ) ของจุลชีพในทางเดินอาหาร
ยังเป็นสาเหตุโน้มนำให้เกิด
Hyperuricaemia
(ภาวะการมีกรดยูริคในกระแสเลือดสูง) และเกิด
Gout ในที่สุด
นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติในลูกเต่า
- อาหารสุนัข อาหารแมว ขนมปังและนม
อาหารสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีส่วนประกอบของนมเป็นหลัก
ชีส, ถั่วอบ,
ข้าวโพดหวาน, เบคอน
ล้วนไม่สมควรให้เต่ากินเป็นอย่างยิ่ง
- เต่าเด็ก (juvenile)
ควรให้อาหารทุกวัน เต่าโตให้อาหาร 2-3
ครั้งต่อสัปดาห์
|

KELE

Watercress |
ตารางที่
2 แสดงสัดส่วนของอาหารที่เหมาะสมต่อเต่าประเภท
Herbivorous
|
ชนิด |
ปริมาณในแต่ละมื้อ |
ตัวอย่าง |
| ผักใบเขียว |
ในแต่ละมื้อควรที่จะให้มีส่วนประกอบมากกว่า 75-95%
ทั้งใบก็ได้ |
dendelion, alfalfa, หญ้าสด,
Kale, Parsley, Watercress, ยอดแครอท,
ยอดบีทรูท,
sowthistle, chickweed, clover shoots, rocket |
| พืชผักทั่วไป |
ประมาณ 5-15%
และควรหั่นให้มีชิ้นเล็ก |
ถั่วลันเตา, Brocoli,
Brusse sprouts, cauliflower, beetroot, Marrow,
ฟักทอง, แครอท, Parsnip,
ดอกไม้ต่างๆ |
| ผลไม้และพืชที่มีน้ำตาลสูง |
ไม่ควรให้มากเกิน
5%
และพึงระวังการให้เพราะเนื่องจากปริมาณน้ำตาลที่สูงนั้นจะทำให้จุลชีพในทางเดินอาหารเจริญเติบโตผิดปกติ
เช่น แบคทีเรีย โปรโตซัว เชื้อรา ซึ่งทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา
*ยกเว้นใน
Red และ Yellow foot
tortoises
ที่ในธรรมชาติจะกินผลไม้มากกว่าเต่าชนิดอื่น
ซึ่งในสูตรอาหารสามารถกินผลไม้ได้ถึง 15-20% |
แตงโม, แตงไทย, แอปเปิ้ล, เงาะ,
แตงกวา, องุ่น |
รายการพืชผัก
ผลไม้ทั้งหมดที่แสดงในตารางนี้ได้อ้างอิงมาจากหนังสือ
Medicine and surgery of tortoises
and turtle
ซึ่งอาจจะเป็นพืชในต่างประเทศเสียส่วนใหญ่
ผู้อ่านโปรดใช้การวิเคราะห์เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงในไทย |