ารมีน้ำมูกในเต่าบก (Nasal discharge)

โดย น.สพ.เชาวลิต ธรรมวิจิตร

 

 

     การมีน้ำมูกในเต่าบก (Nasal discharge) ส่วนมากที่พบมักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทางเดินหายใจส่วนต้น (Upper respiratory tract disease) และพบเป็นบ่อยกับเต่าบกในที่เลี้ยง การติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย (โดยเฉพาะ Mycoplasma spp.) และอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมลบอื่นๆ ร่วมได้

 

     

สาเหตุของโรค

                การติดเชื้อแบคทีเรีย (มักพบเป็นสาเหตุหลัก), การขาดวิตามินเอ (Hypovitaminosis A)เป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน ของระบบทางเดินหายใจได้, สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม, ความเครียดโน้มนำให้เกิดการการติดเชื้อแทรกซ้อนได้, ความผิดปกติของช่องไซนัส, การระคายเคืองในทางเดินหายใจ ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่มีผลอย่างมากที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้มาจากการจัดการการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสม และสภาพแวดล้อม

การติดต่อ

     - การสัมผัสกับเต่าตัวที่ป่วยโดยตรง ทั้งจากการเลี้ยงรวมกันของเต่าที่ป่วยและปกติ รวมไปถึงการสัมผัสเต่าป่วยแล้วไปสัมผัสเต่าปกติของผู้เลี้ยง

     - การเลี้ยงแออัด ทั้งทำให้เต่าเครียดและโอกาสของการติดต่อโรคจะสูงมากขึ้น

     - สภาพแวดล้อม โดยมากแล้วเต่าบกหลายชนิดต้องการสภาพแวดล้อมที่เฉพาะ แห้งไม่เปียกชื้น มีที่หลบฝนหลบแดดได้ง่าย อุณหภูมิอุ่นไม่เย็นเกินไป ทั้งนี้สภาพแวดล้อมอาจจะส่งผลให้เต่าตัวอื่นๆมีสุขภาพด้อยลงติดเชื้อง่ายขึ้น

     - สภาพวัสดุปูพื้นสกปรกหมักหมม สิ่งคัดหลั่งต่างๆ และสิ่งขับถ่ายจากเต่าตัวที่ป่วย เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ควรจัดการให้สะอาดที่สุด วัสดุปูพื้นควรมีการเปลี่ยนเป็นประจำแม้จะไม่ได้จับตัวเป็นก้อนหรือพบเห็นสิ่งขับถ่ายเปรอะเปื้อน

     - ติดจากตัวที่นำเข้าใหม่ไม่ได้กักโรค

   
     
     

 

ประวัติอาการของโรค

     มีน้ำมูกใส และอาจเป็นๆ หายๆ, ตาเจ็บอักเสบ, ขอบตาบวม, มีน้ำตาขี้ตามากกว่าปกติ, หายใจมีเสียงดังผิดปกติ, กินอาหารลดลง, พยายามถูจมูกบ่อย, ซึม

 

การดูแลเบื้องต้น

     ให้เต่าได้รับแสงแดดเป็นประจำ อาจจะเป็นการเลี้ยงกลางแจ้งหรือปล่อยให้ได้เดินอิสระในขณะที่มีแสงแดดส่องถึงที่เลี้ยง, มีน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา, ให้อาหารที่มีคุณภาพ และหลากหลาย โดยผู้เลี้ยงจะต้องศึกษาถึงสารอาหารต่างๆ ในพืชผักแต่ละชนิดที่จะนำมาเป็นอาหารของเต่าที่เลี้ยงด้วย เช่น แครอทมีวิตามินเอสูง แต่ก็มีกรดออกซาลิค (oxalic acid) สูงเช่นกัน การให้ต่อเนื่องเป็นประจำปริมาณมากก็อาจจะทำให้เต่าเกิดก้อนนิ่วได้ (ไม่ขอกล่าวรายละเอียดในที่นี้) ต้องมีผักหลายชนิดสลับกันไป จำว่าไม่มีผักหรือพืชใดดีทุกอย่าง กินได้ตลอดไป จำเป็นต้องหมั่นเปลี่ยนเวียนให้เกิดความหลากหลายของอาหารที่เต่ากินด้วย

     ผู้เลี้ยงอาจเสริมวิตามินลงในอาหาร,จับแช่น้ำอุ่น10-15นาทีและเช็ดตัวให้แห้งหลังขึ้นจากน้ำ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอ หากมากเกินไปอาจทำให้เต่าปอดบวมได้, จัดสภาพที่อยู่ให้เหมาะสม ควรจัดมุมหนึ่งเปิดไฟให้ความอบอุ่นและอีกมุมอุณหภูมิปกติในกรณีเลี้ยงในห้องปิดทึบ ส่วนการเลี้ยงกลางแจ้งหากมีมุกหรือเงาไม้ให้หลบแดดแล้วเต่าจะหาที่หลบเอง

 
     
 

 
     

การรักษา

     ดูแลสภาพที่อยู่ให้เหมาะสม(เช่น เลี้ยงในที่แห้ง มีการกกไฟ และควรงดการแช่น้ำอุ่น), ให้ยาปฏิชีวนะ (ให้กินหรือฉีดต่อเนื่องติดต่อกัน ขึ้นกับอาการควรอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์), ให้ยาหยดตากรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับตา และเลือกชนิดและตัวยาหยดตาให้เหมาะสมกับอาการที่เกิดขึ้น, ให้วิตามิน ให้กินหรือฉีดในกรณีที่จำเป็นจริงๆ (ควรระวังเรื่องขนาดที่ให้)

 
 

การป้องกัน

     ควรกักโรคตัวที่เข้าใหม่ (ประมาณ1-3เดือน), จัดสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ความชื้นให้เหมาะสมกับชนิดพันธุ์, เปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นประจำหรือมีการนำวัสดุปูพื้นตากแดดเป็นประจำ, ควรฆ่าเชื้อที่เลี้ยงเป็นประจำ และทุกครั้งหลังจากมีเต่าใหม่เข้ามาหรือเต่าป่วย, ให้อากาศในที่เลี้ยงถ่ายเทสะดวก, ให้อาหารที่มีคุณภาพและหลากหลาย, อาจเสริมวิตามินลงในอาหาร,เมื่อพบตัวป่วยควรแยกออกจากฝูงทันที ผู้เลี้ยงต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของเต่าที่เลี้ยงสม่ำเสมอ

 
     

ภาพประกอบจาก

http://www.webs.ulpgc.es/apreptil/hipoa.jpg

http://www.tortoisetrust.org/articles/pneumonia.jpg

 

........ก่อนหน้า

 

ต่อไป........

หน้าหลัก; / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

 

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน