หนอนนกและหนอนยักษ์

โดย aqua medical

 

 

     หนอนนก (Mealworm) เป็นตัวอ่อนของแมลงชนิดหนึ่งชื่อว่า Meal-Beetle มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tenebrio molitor เป็นหนอนที่มีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ผอมยาว มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกยาว และจะเป็นดักแด้ก่อนที่จะกลายเป็นตัวเต็มวัยที่มีลักษณะแบบแมลงปีกแข็ง สีดำ เป็นแมลงศัตรูผลผลิตทางการเกษตรในยุ้งฉางของประเทศแถบหนาวหรือค่อนข้างหนาว เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และวงจรชีวิตช่วงที่เป็นตัวหนอนของแมลงชนิดนี้ยาวมาก จึงนิยมนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ปีก รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อย่างแพร่หลาย เป็นแมลงที่ชอบอากาศหนาว และต้องการความชื้นสูง แม้กระนั้นก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับอากาศประเทศไทยได้อย่างดี ในบางประเทศอาจจะมีการบริโภคหนอนนกด้วยนอกเหนือจากการให้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งในไทยเองก็มีบางแห่งที่บริโภคหนอนนก แต่ผมเคยได้ยินบางคนก็ว่ากินแล้วคัน ความจริงเป็นเช่นไรอันนี้ไม่ทราบจริงๆ ไม่เคยคิดจะกินเลยครับบอกไม่ถูก กึ๋ย~~
 

     อาหารหลักที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงคือ รำ ในประเทศเขตหนาวจะใช้รำข้าวสาลีซึ่งให้ผลผลิตดีกว่ารำข้าวเจ้า และหาได้ง่าย แต่ในไทยการใช้รำข้าวสาลีมีการใช้ในวงจำกัดเนื่องจากข้าวสาลีเราต้องนำเข้ามา และมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับรำข้าวเจ้าที่สามารถหาได้จากแทบทุกแห่งในไทย แต่รำทั้ง 2 ชนิดที่ใช้ก็ไม่แตกต่างกันมากในแง่ของความคุ้มทุนและผลผลิต ส่วนการเก็บรักษาของผู้เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่มักให้อาหารสัตว์เม็ดสำเร็จรูป หรือเศษผักเนื่องจากสะดวก และหาง่ายกว่ารำ

ภาพฟันของหนอนนกถ่ายด้วยกล้องจุลทัศน์อิเล็กตรอน

     
     มีหนอนแมลงเหยื่อที่นิยมกันอีกชนิดหนึ่งซึ่งคล้ายหนอนนกมาก นั่นคือ หนอนยักษ์ (Super worms / Giant worm) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zophobas morio มีรูปร่างและสีคล้ายคลึงหนอนนกมาก ต่างกันตรงที่ส่วนหัวมีขนาดกลมใหญ่ มีรยางค์ขนาดใหญ่ 1 คู่ยื่นออกมาอย่างเด่นชัด แต่หนอนนกจะไม่มีสิ่งนี้ และสีเข้มกว่าหนอนนกมาก โตเต็มที่มีขนาดถึง 6 ซม. มาจากทางอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ในธรรมชาติดำรงชีวิตอยู่ตามใต้ใบไม้ ขอนไม้ หรือรากไม้ อาศัยกินซากพืชซากสัตว์ มนุษย์มีการนำมาใช้เป็นแมลงเหยื่ออย่างแพร่หลาย และบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น มีการเลี้ยงให้เป็นแมลงปีกแข็งเพื่อความเพลิดเพลิน ให้กินได้ทั้งผัก และผลไม้ที่ไม่แข็งมาก หรืออาหารปลาที่อ่อนนุ่ม ไม่ชอบรำ หรือเมล็ดพืชเท่าไหร่ แต่ก็สามารถกินได้ บางแหล่งมีการให้อาหารปลาหรืออาหารกุ้งจึงทำให้ลำตัวมีสีอมแดง เป็นที่นิยมของผู้เลี้ยงสัตว์มากกว่าสีน้ำตาลแบบธรรมดา แต่ในแง่ของคุณค่าทางโภชนาการไม่ได้แตกต่างกัน
     
     หนอนนกและหนอนยักษ์เมื่อเทียบแล้วมีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน แต่หนอนยักษ์อาจจะมี กากน้อยกว่าเล็กน้อยเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า เมื่อเทียบในขนาดที่น้ำหนักเท่ากันจะมีจำนวนตัวน้อยกว่า เปลือกน้อยกว่า สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ตัวโตแล้วอาจจะชอบกินหนอนยักษ์มากกว่าเพราะมีขนาดใหญ่กว่า แต่ก็ไม่เสมอไป ผู้เลี้ยงหลายคนนิยมใช้เนื่องจากหนอนยักษ์ตัวใหญ่เหมาะสมกับขนาดสัตว์เลี้ยงมากกว่าหนอนนก ในทางตรงกันข้ามผู้ที่เลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กหรือวัยอ่อน ก็จะใช้หนอนนกที่มีขนาดเหมาะสมมากกว่า แต่ที่สำคัญหนอนยักษ์มีราคาสูงกว่าหนอนนกในน้ำหนักที่เท่ากัน

     นอกจากนี้ยังมีหนอนยักษ์อีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้เลี้ยงสัตว์ นั่นคือหนอนนกที่ใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งมันก็คือหนอนยักษ์ปลอมๆ นี่แหละ โดยช้หนอนนกธรรมดาๆ มาเลี้ยงในอาหารที่คลุกผสมฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตเข้าไป หนอนนกจะมีการเจริญเติบโตที่ผิดธรรมชาติ อาจจะมีขนาดใหญ่เกือบเท่าหนอนยักษ์ตัวเต็มวัย ผู้เพาะเลี้ยงบางรายผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นเหยื่อตกปลา และอาหารสัตว์ในราคาที่ถูกกว่าหนอนยักษ์ แต่ไม่สมควรใช้เลี้ยงสัตว์อย่างยิ่งเนื่องจากฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตนี้จะยังคงค้างในตัวหนอน และเมื่อสัตว์ได้รับเข้าไปจะเติบโตเร็วกว่าปกติ ทำให้โครงสร้างร่างกาย และระบบภายในเติบโตไม่สมดุล เป็นโรคง่าย โดยเฉพาะโรคกระดูกพรุน โรคเกี่ยวกับระบบประสาท และตายในที่สุด ในการซื้อหนอนยักษ์แต่ละครั้งผู้ซื้อควรดูลักษณะหนอนให้ดีว่าเป็นหนอนแมลงชนิดใด แต่ในปัจจุบันหนอนยักษ์ปลอมนี้ไม่ค่อยมีขายแล้วเนื่องจากในไทย หนอนยักษ์สามารถเจริญเติบโตได้เร็ว และราคาถูกลงจากสมัยก่อนมาก ในบางประเทศยังมีผู้นิยมทำหนอนยักษ์ปลอมกันอยู่
สังเกตหนวดกันดีๆ อย่างนี้ซิหนอนยักษ์ของจริง  
   
การเก็บรักษา
     - ควรเก็บในภาชนะที่เป็นของแข็งผิวเรียบลื่น เช่น กระเบื้องเคลือบ แก้ว โลหะ (ที่ไม่ขึ้นสนิม) เพื่อกันหนอนปีนออก ไม่แนะนำให้เก็บในภาชนะพลาสติกเนื่องจากว่าหากไม่มีการให้อาหารแก่หนอนนกอย่างเพียงพอหรือเก็บในที่แคบมีความหนาแน่นสูง หนอนนกอาจจะขูดกินเนื้อพลาสติกเข้าไปด้วยได้ ซึ่งเมื่อนำไปให้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงก็จะได้รับเอาพลาสติกเหล่านั้นเข้าไปด้วย ลองลูบผิวพลาสติกที่เลี้ยงหนอนนกไปนานจะรู้สึกไม่เรียบ เป็นลอนคลื่น พลาสติกในตัวหนอนนกที่กินเข้าไปนั้นแม้มีปริมาณไม่มากแต่หากได้รับบ่อยๆ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อตัวสัตว์เลี้ยงแน่ๆ แต่ก็อาจจะใช้ภาชนะพลาสติกได้หากเป็นการเก็บรักษาในช่วงเวลาสั้นๆ โดยไม่ต้องสนใจในจุดนี้ ภาชนะที่เป็นไม้ห้ามใช้โดยเด็ดขาดไม่เพียงสามารถปีนออกได้แล้วยังสามารถเจาะให้ทะลุได้สบายๆ

     - อาหารที่ให้หากเป็นไปได้ควรใส่ไว้ในภาชนะเลี้ยงให้หนาราวๆ 1 นิ้ว เป็นดีที่สุดเพราะหนอนเหล่านี้มีนิสัยชอบมุดและช่วยในการรักษาอุณหภูมิและความชื้น แต่หากใส่น้อยกว่านี้ก็ไม่เป็นอะไร ตามสะดวกผู้เลี้ยง อาหารหนอนนกให้ได้แทบจะทุกอย่างตั้งแต่อาหารสัตว์สำเร็จรูป เศษผักรวมไปถึงเศษอาหาร แต่ควรระวังเรื่องของน้ำเพราะหนอนนกสามารถจมน้ำได้สบายๆ เนื่องจากมีท่อหายใจอยู่ที่โคนขา หนอนนกที่เปียกน้ำอาจจะตายได้ ดังนั้นหากจะให้น้ำควรให้โดยคลุกในอาหารหรือให้ผักจะดีกว่า ส่วนหนอนยักษ์อาหารที่ให้ควรเป็นผักผลไม้ หรืออาหารเม็ดสัตว์สำเร็จรูปที่คลุกน้ำให้อ่อนนุ่ม เนื่องจากหนอนยักษ์แทบจะไม่สนใจอาหารที่แห้งและแข็ง ***ข้อสำคัญในการให้ผักหรือผลไม้คือ ระวังการเน่าเสียและจะนำมาซึ่งหนอนแมลงวันและแมลงหวี่ ท้ายที่สุดจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้***

     - สถานที่เก็บรักษาไม่ควรโดนแดด หรือมีอุณหภูมิสูงเกินไป และควรมีความชื้นซักหน่อย วิธีที่แนะนำคือควรวางภาชนะที่เลี้ยงหนอนไว้บนถาดใส่น้ำ จากนั้นจึงคลุมทั้งหมดด้วยตาข่ายหรือฝาชี เพื่อช่วยเพิ่มความชื้นและยังกันมด จิ้งจก หรือศัตรูอื่นๆได้อีกด้วย

     - ศัตรูสำคัญของหนอนเหล่านี้ คือ มด จิ้งจก แมลงสาบ นก และมอด (ในรายที่ใช้รำเลี้ยง) การเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดและหล่อน้ำไว้จะดีที่สุด เหมือนที่ทำกับตู้กับข้าว

     - ควรมีการทำความสะอาดภาชนะเลี้ยงและร่อนแยกหนอนแมลงออกจากสิ่งขับถ่ายอยู่เสมอๆ เพื่อสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยง และเป็นช่วยลดการสูญเสียหนอนแมลงได้ด้วย ประมาณเดือนละ 1-2 ครั้ง

     หนอนแมลงเหล่านี้มีทางเดินอาหารที่สั้น หากจะทำการ Gut load (เสริมคุณค่าทางอาหารในตัวเหยื่อ) ควรทำก่อนให้สัตว์เลี้ยงกินประมาณ 1-3 ชั่วโมง หรือให้อาหารที่เสริมคุณค่าทางโภชนาการไว้ตลอดเวลาเลยจะดีที่สุด แต่หากต้องการใช้วิธีการ Dusting ก็สามารถทำได้แต่ไม่ดีนักเนื่องจากผิวตัวหนอนทั้ง 2 ชนิดนี้ ลื่น และมีขนบนตัวน้อย วิตามิน หรืออนุภาคต่างๆยึดเกาะได้น้อย ควรใช้ร่วมกับวิธี Gut load

 

 

  Tip

หนอนแมลงเหยื่อทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถเก็บรักษาในระยะเวลานานๆ ได้แบบไม่กลายเป็นแมลงปีกแข็ง โดยใส่กล่องที่มีช่องระบายอากาศแล้วเก็บในตู้เย็นช่องแช่ผัก จะทำให้เก็บได้นานเป็นเดือนเลย

 
     

ขอขอบคุณ รูปภาพบางส่วนจาก

http://science.exeter.edu/

http://www.lightblog.com/member/premenopaws/

http://chatuge.info/

 
   

 

........ก่อนหน้า

 

ต่อไป........

หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

Copyright 2007-2011 AQUA MEDICAL. All right reserved.

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน