โรคติดเชื้อแบคทีเรียในปลาน้ำจืด

โดย สพ.ญ.กฤดา ชูเกียรติศิริ

 

 

แล้วเราจะป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียได้ยังไง

     เริ่มตั้งแต่ที่ร้านขายปลา โดยเลือกปลาที่มีสุขภาพดี ว่ายน้ำปกติ ไม่นอนซุกตัวอยู่มุมตู้ และบนตัวไม่พบความผิดปกติใดๆ เช่น แผล ตกเลือด ครีบเปื่อยหรือกร่อน นอกจากนั้นแล้วปลาตัวอื่นๆ ในตู้ก็ควรจะมีลักษณะปกติด้วย หากพบปลาตัวใดตัวนึงในตู้มีแผลหลุม หรือตกเลือดอย่างเห็นได้ชัด ก็ไม่ควรเลือกปลาตู้นี้

     เมื่อเลือกปลาได้แล้ว พอเอากลับบ้าน ถ้าหากมีปลาเก่าอยู่แล้วก็ควรกักโรคให้ปลาใหม่เสียก่อนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ (บางครั้งปลาใหม่ที่นำกลับมาบ้านพบว่าปกติดี แต่พอเอามารวมกันปลาเก่าก็เริ่มป่วย ซึ่งเกิดจากปลาใหม่นั้นมีความคงทนต่อโรคที่มีในตัวอยู่แล้ว ในขณะที่ปลาเก่าไม่มีเนื่องจากไม่มีการติดเชื้อในขณะนั้น ทำให้เมื่อเอามารวมกันปลาเก่าจึงติดเชื้อจากปลาใหม่และป่วย) การกักโรคปลาใหม่ควรทำอย่างน้อย 7 วัน อาจจะใช้เกลือแช่เพื่อกำจัดพวกพยาธิภายนอกบางตัว และช่วยลดความเครียดของปลาได้ เมื่อไม่พบอาการผิดปกติของปลาจึงค่อยปล่อยรวมกันกับปลาเก่า

 

                หากมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนมาก อาจจะใช้ฮีทเตอร์ช่วยเพื่อให้อุณหภูมิน้ำคงที่และลดความเครียดของปลาด้วย นอกจากนี้ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิร่างกายจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิน้ำ หากน้ำเย็นเมตาบอลิซึมของปลาก็จะลดลง ระดับภูมิต้านทานต่อเชื้อก็จะลดลงไปด้วย การใช้ฮีทเตอร์ก็จะช่วยในเรื่องนี้ด้วย

                บางท่านคงเคยใช้สารเสริม เช่น วิตามิน ผสมอาหารหรือละลายน้ำให้ปลากิน ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยป้องกันการป่วยได้บ้าง เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุบางอย่างมีผลต่อการทำงานของร่างกาย เมื่อร่างกายทำงานได้ปกติปลาก็จะมีสุขภาพดี และต้านทานต่อการติดเชื้อได้มากขึ้น

 

ถ้าพบว่าปลาป่วยควรจะทำยังไงดี

                ถ้าพบปลาป่วยขั้นแรกสุดควรรีบแยกออกมาเลี้ยงเพียงตัวเดียว เพราะปลาป่วยย่อมมีเชื้อโรคมากซึ่งมีโอกาสจะแพร่โรคให้ตัวอื่นได้ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อแบคทีเรียนี้จะเป็นโรคที่มีการระบาดได้รวดเร็วมาก ซึ่งมักจะภายใน 2-3 วัน

                วิธีรักษาคือการให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับชนิดของเชื้อ โดยปกติเราจะใช้ยากลุ่มที่ใช้รักษาปลาโดยเฉพาะ แบบที่มีขายทั่วไปก่อน (ไม่ใช่ยาสำหรับสัตว์อื่น หรือสำหรับมนุษย์) ซึ่งเป็นยาที่สามารถรักษาโรคได้และมีผลเสียต่อปลาน้อยกว่า การเลือกใช้ยาที่ใช้กับคนโดยไม่ได้ศึกษากลไกการออกฤทธิ์ของยาต่อเชื้อแบคทีเรียในปลาและผลข้างเคียงของยาแล้ว นอกจากการรักษาอาจจะไม่ได้ผล ยังทำให้เชื้อแบคทีเรียเกิดการดื้อยาและไม่สามารถใช้ยากลุ่มอื่นรักษาได้ นอกจากนี้ยาบางกลุ่มยังมีผลต่อการทำงานของตับหรือไตอย่างรุนแรง ดังนั้นการใช้ยาที่ผิดแปลกไปจากที่ขายเพื่อรักษาสัตว์น้ำ ควรมีการศึกษาหรือปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้เพื่อป้องกันผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

                วิธีดูว่าปลาตอบสนองต่อยาหรือไม่นั้น โดยปกติแล้วถ้าให้ยาตรงกับโรค ขนาด(dose) ถูกต้อง ภายหลังจากได้รับยาประมาณ 2-3 วัน อาการป่วยของปลามักจะดีขึ้น ส่วนวิธีการให้ยาปฏิชีวนะแก่ปลามีหลายวิธี ขึ้นกับความสะดวกและระยะของอาการป่วย วิธีการให้ยาแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป (ดังตารางข้างล่าง) สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

 
 
  ผสมอาหาร วิธีแช่

(ระยะยาว/ระยะสั้น)

วิธีฉีด
ข้อบ่งใช้

ใช้ในกรณีติดเชื้อที่ไม่รุนแรงมาก (ติดเชื้อในระยะแรกๆ)

ใช้ในกรณีที่ติดเชื้อรุนแรง
ข้อดี

- ปลาไม่เครียด

- ไม่มีผลกับระบบกรอง และระบบนิเวศ
-สามารถใช้กับปลาป่วยที่ไม่กินอาหารได้ - ปลาได้รับยาเต็มที่ และรักษาได้เร็วกว่าวิธีอื่น
ข้อจำกัด - ไม่สามารถใช้ได้กับปลาป่วยที่ไม่กินอาหารแล้ว

- ไม่สามารถใช้ได้กับปลาป่วยที่มีการติดเชื้อรุนแรงแล้ว

- ต้องแยกปลาออกมาจากตู้ เนื่องจากยาจะทำให้แบคทีเรียในระบบกรองตาย

- หากเป็นการเลี้ยงเลียนแบบระบบนิเวศ เช่น ตู้ไม้น้ำ จะจัดการได้ยาก ยามีผลต่อระบบนิเวศ

- การย้ายปลาทำให้ปลาเครียดได้

- วิธีนี้ทำให้ปลาเครียดมาก

- ควรให้ผู้ที่ชำนาญ หรือสัตวแพทย์ที่ชำนาญเท่านั้นในการฉีดยา หากขาดประสบการณ์อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้

***หากหมั่นสังเกตอาการปลาที่เลี้ยงบ่อยๆ ก็จะพบอาการป่วยได้เร็ว ทำให้โอกาสในการรักษาหายยิ่งมากขึ้น***

*** ใส่ใจปลาที่คุณเลี้ยงสักนิด ปลาก็จะอยู่กับคุณได้นานๆ***

 
รูปภาพบางส่วนจาก

http://www.fishjunkies.com/images/LiorT-dropsy1.jpg

http://www.ucs.louisiana.edu/~jlm2431/dropsy.jpg

http://www.aquariumcorner.com/images/dropsy%20pic2-photo%20contributed%20by%20Tom%20Byrne.JPG

http://www.koi-fish.co.uk/acatalog/dropsy.jpg

http://imagefiles.org/images/notdropsy.jpg

 
 

หน้าที่ 1 2

 

 

........ก่อนหน้า

 

ต่อไป........

หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

 

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน