![]() |
![]() |
![]() |
|
โรคจุดขาวในปลาสวยงามน้ำจืด โดย สพ.ญ.กฤดา ชูเกียรติศิริ |
||
| โรคจุดขาว หรือ ich infection เป็นโรคที่พบได้ในปลาน้ำจืดเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง เช่นฤดูร้อนต่อฤดูฝน หรือ ฤดูฝนต่อฤดูหนาว เนื่องจากเชื้อโปรโตซัวชนิดนี้จะเจริญได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส ประกอบกับอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้ปลาเครียดและอุณหภูมิที่ต่ำลงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของปลาลดลง จึงทำให้พบปลาที่ป่วยด้วยจุดขาวมากขึ้น | ||
|
สาเหตุของโรค Ich หรือเรียกอีกชื่อว่า white spot disease เกิดจากเชื้อ Ichthyophthirius Multifiliis ซึ่งวงจรชีวิตของ ich ดังนี้คือ trophonts (เป็นระยะที่ก่อตัวเป็นก้อน nodule เล็กๆบนผิวหนังหรือเหงือกของปลา) เป็นระยะที่เราเห็นเป็นลักษณะจุดขาวๆ บนตัวปลา หลังจากนั้นจะแตกตัวออกจากผิวหนังของปลาออกมาอยู่ในน้ำ แล้วเข้าสู่ระยะ tomont (จะสร้างแคปซูลหุ้มตัวเพื่อเกาะติดวัตถุอื่นๆ เช่น ต้นไม้น้ำ วัสดุกรอง หรือแม้แต่บนตัวปลา) ซึ่งระยะนี้จะเป็นระยะที่มีการแบ่งตัวของเซลล์อย่างรวดเร็วถึง 10 เท่า กลายเป็น tomites แล้วแตกตัวออกมาเป็นระยะที่สามารถเคลื่อนที่ และติดต่อสู่ตัวปลาได้ เรียก theronts ที่สำคัญคือ 1 trophont สามารถกลายเป็น theronts ได้มากกว่า 1000 theronts และการที่วงจรชีวิตของโปรโตซัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 วัน (ที่อุณหภูมิน้ำ 25 องศาเซลเซียส) จึงทำให้เชื้อ ich เพิ่มจำนวน และเกิดการระบาดได้อย่างรวดเร็ว |
![]() |
|
![]() |
||
|
|
การก่อโรคและอาการของโรค การก่อโรคของ ich เกิดจากการที่ ich เข้าไปฝังตัวในผิวหนัง และเหงือกของปลา และเกิดการแตกตัวออก ทำให้เกิดบาดแผล นอกจากนั้นยังเป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย การฝังตัวของเชื้อยังทำให้ปลาระคายเคือง และพยายามเอาตัวถูวัสดุในตู้ โดยอาการในระยะแรกๆ จะพบจุดขาวจำนวนเล็กน้อยบนผิวหนัง (ในปลามีเกล็ดจะเห็นได้ชัดบริเวณหัว แก้ม หรือครีบอก) และปลามีอาการว่ายน้ำแฉลบหรือพยายามใช้ตัวถูตู้ ซึ่งหากรักษาได้ทันในระยะนี้ปลาก็จะมีโอกาสรอดสูง แต่เมื่อเชื้อมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นจะพบว่าจุดขาวบนตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือมีลักษณะคล้ายเมือกสีเทาคลุมเป็นหย่อมๆ ปลามีอาการซึม กินอาหารลดลง บางตัวอาจมีอาการทางประสาท (ว่ายน้ำขึ้นลงอย่างรวดเร็ว, ว่ายน้ำวนเป็นวงกลม) และมักจะตายภายในเวลาอันสั้น |
|
|
|
||
|
การวินิจฉัยโรค Ich ในระยะ trophonts จะฝังตัวอยู่ในผิวหนังและเหงือกของปลา โดยจะเห็นเป็นลักษณะตุ่มเล็กๆ สีขาวขนาดประมาณ 0.1-1 mm. (ลักษณะคล้ายเม็ดเกลือป่น) หากมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงอาจจะพบเป็นจุดสีคล้ำ หรือเป็นเมือกปกคลุมบนผิวหนัง สามารถส่องตรวจเชื้อโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ โดยการขูดผิวหนังบริเวณที่พบจุดขาว ส่องดูจะพบลักษณะเซลล์ที่มีนิวเคลียสเป็นรูปเกือกม้า |
![]() |
|
![]() |
การรักษา เมื่อพบปลาเป็นจุดขาวควรรีบแยกออกจากตัวอื่นทันที เนื่องจากเชื้อนี้สามารถติดต่อสู่ตัวอื่นได้ง่าย และรวดเร็ว พร้อมทั้งล้างทำความสะอาดตู้ (เชื้อในระยะอื่นสามารถอาศัยอยู่ในน้ำ และวัสดุกรองได้) สารเคมีที่สามารถใช้รักษาโรคจุดขาวได้ เช่น มาลาไคร์ทกรีน, Leteux-Meyer mixture (ฟอร์มาลีน+มาลาไคร์ทกรีน), ฟอร์มาลีน, เกลือ, คอปเปอร์ซัลเฟต ฯลฯ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะสามารถทำลายเชื้อในระยะที่อยู่นอกตัวปลา (ระยะ tomont และ theront) ได้ดี แต่เชื้อที่ขึ้นอยู่บนตัวปลาก็อาจจะไม่ตาย เนื่องจากการสร้างเกราะคลุมตัวและเมือกที่ปลาขับออกมาปกคลุมเชื้อไว้ ซึ่งเป็นกลไกระบบภูมิคุ้มกันของตัวปลาเอง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การรักษาในปลาที่มีการติดเชื้อรุนแรงมักไม่ได้ผล ต่างประเทศมีการศึกษาถึงยากำจัดโปรโตซัวหลายชนิดในรูปแบบกินว่าสามารถกำจัดเชื้อบนตัวได้ (ระยะ trophont) จากการที่ยาดูดซึมจากทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือด และมีการใช้ในปลาเศรษฐกิจหลายชนิดเช่น ปลา trout, salmon, bass และในปลาสวยงาม เป็นต้น ในไทยยังไม่มีการศึกษาถึงเรื่องนี้มากนัก ส่วนการติดฮีทเตอร์สามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อได้ จากการที่อุณหภูมิสูงขึ้น (เชื้อเจริญได้ดีในอุณหภูมิต่ำ) แต่ไม่ได้เป็นการทำลายเชื้อ และสามารถกลับมาเป็นได้อีกหากอุณหภูมิน้ำลดลง หรือปลาเครียด ดังนั้นจึงควรใช้ประกอบกับการรักษาด้วยยาหรือสารเคมี จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น |
![]()
|
![]() |
การป้องกัน สามารถป้องกันการเกิดโรคจุดขาวได้โดย เมื่อมีการเลือกซื้อปลาใหม่ควรเลือกปลาที่มีสุขภาพดี ว่ายน้ำปกติ กินอาหารได้ดี บนลำตัวและครีบไม่พบรอยโรคใดๆ และทำการกักโรคปลาที่นำเข้ามาใหม่ หรือหากไม่แน่ใจก็สามารถแช่ปลาด้วย เกลือ ความเข้มข้น 1-3 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร เปลี่ยนน้ำทุกวัน ติดต่อกัน 5-7 วัน (ข้อควรระวัง: การใส่เกลือครั้งใหม่ควรลดปริมาณลงเนื่องจากเกลือจะไม่ระเหย ไม่สลาย ทำให้มีเกลือบางส่วนเหลืออยู่ในน้ำเดิม) หรือฟอร์มาลีน ความเข้มข้น 0.025 ml ต่อน้ำ 1 ลิตร วันเว้นวัน ติดต่อกัน 3 ครั้ง ล้างตู้ และอุปกรณ์ในระบบการเลี้ยงทั้งหมดให้สะอาด แล้วตากแดดจัดๆ ให้แห้ง |
![]() |
|
ภาพประกอบจาก http://www.52fish.com.cn/wiki/index.php เอกสารอ้างอิง Noga, J.E. 2000. Fish disease : diagnosis and treatment. Iowa state university press, Iowa: 95-97. Stoskopf, M.K. 1993. Fish medicine. W.B. Saunders, Philadelphia. Wildgoose, W.H. 2001. BSAVA Manual of ornamental fish. 2nd ed. British Small Animal Veterinary Association, Gloucester. |
||
|
หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ |
||
|
บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน |
||