Artemia

โดย aqua medical

 

 

        

               การเพาะฟักไข่อาร์ทีเมียกระทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นกับความถนัด ทรัพยากรที่มี จุดประสงค์การใช้งาน และความชอบของผู้เพาะฟักไข่อาร์ทีเมียแต่ละคนครับ ในที่นี้ผมของยกตัวอย่างเพียงแค่ 2 วิธีที่นิยมทำกันครับ

     

การฟักไข่ และเก็บเกี่ยวอาร์ทีเมีย แบบกรวยฟัก

                 ภาชนะที่ใช้ฟักไข่แบบนี้จะต้องมีลักษณะก้นมน หรือรวมเข้าสู่ตรงกลาง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำได้ดี ไม่เกิดจุดอับอันจะทำให้ไข่เสียหายได้ และเมื่อถึงเวลาการเก็บเกี่ยวก็จะเก็บเกี่ยวจากทางด้านล่างของภาชนะ ลักษณะก้นมนแบบนี้จะช่วยรวมอาร์ทีเมียให้เก็บได้ดีขึ้น (ดูในรูป) โดยกรวยฟักของผมทำมาจาก ขวดน้ำพลาสติกเหลือใช้ ขนาด 1.5 ลิตร นำมาตัดก้นขวดออกแล้วคว่ำขวดลง เจาะฝาขวดแล้วเอาข้อต่อสายอากาศติดเข้าไปเพื่อต่อสายอากาศออกมาใช้เวลาเก็บเกี่ยว (หลังจากนี้จะเรียกสายอากาศนี้ว่า สายเก็บเกี่ยว) จากนั้นเจาะก้นขวดที่ตัดไปเมื่อกี้นี้ สอดสายอากาศพร้อมหัวทรายผ่าน เพื่อใช้เป็นฝาปิดจะได้ไม่เลอะเทอะขณะเพาะ ถ้ามีขวดอีกใบอาจจะตัดมาทำที่วางกรวยฟักได้ด้วย แต่ผมไม่มีจึงใช้ไม้ไผ่ใส่ด้านบนสำหรับแขวนแทน เก๋ไปอีกแบบ จากนั้น เอาสายเก็บเกี่ยวขึ้นมาพาดบนกรวย ก็ไม่ต้องใช้วาล์วน้ำแล้ว

                หลังจากทำกรวยฟักเสร็จเราก็เอาน้ำเค็มใส่ลงไป ใส่หัวทราย ใส่ไข่ เปิดไฟ ปิดฝา รออีก 24 ชั่วโมงเราก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว และเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ก็ให้เอาหัวทรายออก (ฝาก็ออกมาด้วย) จากนั้นปิดกรวยฟักให้มืด เหลือแต่ส่วนก้นเท่านั้นที่ได้รับแสงสว่าง ถ้าไม่สว่างพออาจจะเอาไฟส่องไว้ก็ได้ เพราะตัวอ่อนอาร์ทีเมียจะเข้าหาแสง ต่างกับตัวเต็มวัยที่จะหนีแสง เมื่อตัวอ่อนอาร์ทีเมียลงมาเยอะมากพอแล้ว (ประมาณ 20 – 30 นาที) ก็เอาสายเก็บเกี่ยวลง ถุงกรอง ถ้าไม่มีจะเก็บทั้งน้ำทั้งตัวอ่อนเลยก็ได้ครับ แต่พยายามเก็บน้ำมาให้น้อยที่สุดเอาแต่ตัว รองเอาแค่ 70 % ก็พอ ที่เหลือทิ้งไป เพราะจะเป็นเปลือกไข่ที่ไม่ต้องการแทบทั้งหมด นำถุงกรองที่มีอาร์ทีเมียไปล้างเมือกออกเบาๆ แล้วนำไปเลี้ยงต่อในน้ำเค็ม 30-35 ppt ก็เสร็จสิ้นกระบวนการ

                ถุงกรอง หมายถึง ถุงที่ทำจากผ้าชนิดพิเศษ ที่มีช่องตาข่ายอยู่มากหลายช่องต่อตารางเซ็นติเมตร ตามขนาดสามารถหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์การประมงทั่วไป ถึงแม้ราคาค่อนข้างสูงแต่ก็คุ้มในระยะยาว (ภาพขวามือ เป็นถุงกรองคู่ใจที่ผมใช้อยู่ประจำ)

ทำใช้เองในบ้านง่ายๆได้ทุกที่ อย่างรูปนี้ผมทำเองใช้เวลาเตรียมแค่ 10 นาที

     
     
     

ข้อดีของวิธีถาดฟักคือ เราจะได้แต่ตัวอ่อนที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ข้อเสียคือ เราจะได้ปริมาณน้อยกว่าวิธีอื่นๆ

การฟักไข่ และเก็บเกี่ยวอาร์ทีเมีย แบบถาดฟัก

                วิธีการนี้นิยมทำกันมากพอๆ กับวิธีแรก ในหมู่นักเลี้ยงปลาสวยงาม โดยถาดฟักจะต้องเป็นภาชนะทึบแสง และมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 3 ลิตร เนื่องจากต้องแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับการฟักไข่ และการเก็บเกี่ยว และกั้นพื้นที่ 2 ส่วนนี้ด้วยประตูน้ำ อาจจะเป็นแผ่นพลาสติกทึบแสงก็ได้ (ดูในรูป) จากนั้นเตรียมการฟักและเวลาเหมือนกับแบบกรวยฟักทุกประการต่างกันที่เวลาเก็บเกี่ยวของวิธีนี้ จะค่อนข้างง่ายกว่า แต่ได้อาร์ทีเมียน้อยกว่า เพราะจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวอาร์ทีเมียที่พิการ อ่อนแอ และไข่ที่ไม่ฟักได้ ปริมาณรวมจะน้อยกว่าแบบกรวยฟัก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ %ฟักของไข่เป็นสำคัญ

                เวลาเก็บเกี่ยวก็ให้เอาหัวทรายออกก่อนประมาณ 5 นาที และปิดส่วนฟักให้มืดสนิท จากนั้นเปิดประตูน้ำช้าๆ ให้มีช่องแสงสว่างลอดเข้าไปประมาณ 1 เซนติเมตร รอเวลาอีก 30 นาทีเริ่มเก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ เพราะจะมีบางตัวที่ว่ายช้าก็มาถึงทีหลัง วิธีนี้จึงกินเวลาในการเก็บเกี่ยวมากกว่าวิธีแรก เมื่อได้ตัวอาร์ที่เมียมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็นำไปล้างด้วยน้ำจืดเพื่อล้างเมือกเหมือนกับวิธีแรก วิธีนี้ควรจะใช้กระชอนผ้าละเอียด หรือผ้ากรองในการเก็บเกี่ยวและล้างน้ำจืด การใช้สวิงช้อนปลาธรรมดาจะช้อนได้ไม่ดี (รั่วหมดอดกิน)

 

การฟักไข่ และเก็บเกี่ยวอาร์ทีเมีย แบบเทเปลือกทิ้ง

                วิธีการนี้ไม่นิยมทำกันเท่าไหร่ เพราะเนื่องจากมีส่วน สูญเสียเยอะ และเปลือกไข่ปนมาก เตรียมการฟักและเวลาเหมือนกับแบบกรวยฟักทุกประการต่างกันที่การเก็บเกี่ยวของวิธีนี้ จะทำโดยเอาหัวทรายออก ปิดให้ทึบแสงโผล่แต่ก้นไว้ 30-40 นาที แล้วเปิดมารีบเทน้ำส่วนผิวออกไป เพื่อเทเปลือกไข่ออกเท่าที่ทำได้ ที่เหลือจึงนำไปเก็บรักษาต่อไป

                วิธีการที่กล่าวมาข้างต้นนี้ทั้ง 3 วิธีเป็นตัวอย่างคร่าวๆอาจจะไม่ดีนัก เก็บเกี่ยวได้ไม่สมบูรณ์นักแต่สามารถกระทำได้ง่ายใช้วัสดุรอบตัวทำได้

อุปกรณ์เพาะอาร์ทีเมียสำเร็จรูปของต่างประเทศ

     

การเลี้ยง และเก็บรักษาอาร์ทีเมียให้ได้นาน

                นำตัวอ่อนอาร์ทีเมีย ที่ได้จากการฟักไปเลี้ยงในภาชนะที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ประมาณ 50-100 ลิตรเป็นอย่างน้อย (กรณีที่ใช้อาร์ทีเมียทั้งหมดที่ฟักได้จากขวด 1.5 ลิตรมาเลี้ยง) เช่นฟักในขวด 1.5 ลิตร ก็เอาไปเลี้ยงใน ถัง 100 ลิตร  แต่ถ้าเอาให้ปลากินไปแล้วครึ่งนึง ก็เลี้ยงในถัง 50 ลิตรได้ เป็นต้น จะต้องมีการให้อากาศปานกลาง และถ่ายน้ำประมาณ 50 % ทุก 2 วัน ปรับระดับความเค็มขึ้นวันละ 5 ppt  เพราะหากเลี้ยงแน่นเกินไป หรือไม่ปรับความเค็มขึ้น จะมีอัตรารอดต่ำ อาหารที่ใช้เลี้ยงอาร์ทีเมีย ก็ได้แก่ อินทรีย์สารขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 40 ไมครอน ,แบคทีเรีย ,ยีสต์ ,สาหร่ายน้ำเค็มเซลล์เดียว รำบดละเอียด เป็นต้น การให้อาหารทำโดยนำอาหารที่เตรียมมาขยี้ด้วยผ้าขาวบางในน้ำเค็มระดับเดียวกับที่ใช้เลี้ยง หรือน้ำจืดก็ได้แต่ต้องน้อยๆ ให้อาหารหลังการถ่ายน้ำครั้งเดียว (2 วันครั้ง) โดยจะให้หลังจากวันที่ฟัก 2 วัน ไปจนกระทั่งเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 1.5-2 เดือน เรื่องอาหารของอาร์ทีเมียไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก เพราะปกติแล้วอาร์ทีเมียก็สามารถกรองเอาแบคทีเรียที่มีอยู่แล้วในน้ำมากินได้เอง การเสริมอาหารเข้าไปเพียงแค่ช่วยให้โตได้เร็วขึ้น และตายน้อยลงเท่านั้นเอง

               ส่วนการเก็บรักษาตัวเต็มวัยก็เช่นกัน แต่ไม่ต้องถ่ายน้ำบ่อย แค่อาทิตย์ละครั้งก็มากพอแล้ว หรือจะเก็บในน้ำเค็มปริมาณน้อยๆแล้วแช่ไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียสได้เป็นเดือนๆ

     
 

ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก

http://www.captain.at/artemia-gallery.php

http://www.fao.org

http://www.osc.mun.ca/ardf/artemia.html

http://www.nicaonline.com

 
     
  ย้อนไปอ่านชีววิทยาของอาร์ทีเมียหน้า 1  

 

........ก่อนหน้า

 

ต่อไป........

หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

 

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน