Artemia

โดย aqua medical

 

 

         ใครเลี้ยงปลาสวยงามหรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำบางชนิด แล้วไม่รู้จักไรทะเล หรือ อาร์ทีเมียคงไม่มี เนื่องจากเป็นอาหารสดที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายปลาทั่วไป เก็บรักษาไงไม่กลายเป็นแมลงอย่างอาหารสดบางชนิด (ลูกน้ำ หนอนแดง) นิยมใช้กันทั่วไปทั้งในการเลี้ยงปลาน้ำจืด ปลาทะเล และอื่นๆ

แต่เรารู้จักเจ้าอาร์ทีเมียนี้ขนาดไหน เพาะเลี้ยงอย่างไร เก็บรักษาอย่างไรให้อยู่นานๆ ลองติดตามอ่านข้อมูลกันซักนิดมั๊ยครับ

     

แนะนำตัวกันซักนิด

                อาร์ทีเมีย (Artemia) เป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นญาติห่างๆ กับกุ้ง หรือปู (Crustacean) ลำตัวมีการแบ่งข้อปล้องและมีเกราะ มีขนาดตัวเต็มวัย 7 – 15 มิลลิเมตร ลำตัวมีสีแดงสด และจะแดงขึ้นตามระดับความเค็มของน้ำที่ใช้เลี้ยง มี 3 สายพันธุ์คือ  Artemia tunisiana ,A. franciscana และ A. salina ซึ่งสายพันธุ์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกก็คือสายพันธุ์  A. salina ตัวผู้จะมีก้ามขนาดใหญ่ใช้หนีบเกาะตัวเมียขณะผสมพันธุ์ ส่วนตัวเมียนั้นจะเห็นรังไข่อย่างชัดเจนที่บริเวณส่วนท้ายของร่างกาย

             ร่างกายของอาร์ทีเมียแม้จะมีเปลือกห่อหุ้มไว้แต่ก็นุ่ม และบางมาก เพราะไม่มีการสะสมแคลเซียมในเปลือกมากเท่าครัสตาเชียนชนิดอื่นๆ ถิ่นที่อยู่อาศัยในธรรมชาติ (habitat) จึงต้องอยู่ในที่ๆ ไม่มีศัตรูมาก นั่นคือแหล่งน้ำเค็มจัด ความเค็มอยู่ระหว่าง 190 – 225 ppt สูงกว่าความเค็มของน้ำทะเลปกติถึง 6 – 7 เท่าตัว ฉะนั้นสัตว์น้ำอื่นๆ ที่ปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผิดวิสัยเช่นนี้จะมีน้อยมากๆ (Extreme environment) แหล่งใหญ่ที่สามารถพบ และมีการจับอาร์ทีเมียจากธรรมชาติมากที่สุดในโลกอยู่ที่ Great salt lake ทางตอนเหนือของรัฐ Utah จนถึงทางตะวันออกของรัฐ Oregon ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่ผลิตไข่อาร์ทีเมียแห้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีคุณภาพดีที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ในประเทศอื่นก็มีบ้างแต่คุณภาพไม่ดีเท่า เช่น ในประเทศจีน เป็นเหตุให้ไข่อาร์ทีเมียแห้งนี้มีราคาแพง และผันผวนง่าย เพราะผลผลิตที่ได้ไม่คงที่ในแต่ละปี

ทะเลสาบ Great salt lake แหล่งผลิตไข่อาร์ทีเมียที่ใหญ่ที่สุดในโลก

   

การสืบพันธุ์

                อาร์ทีเมียสามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ (bisexaul)  การออกลูกก็ยังสามารถออกลูกได้ 2 แบบอีก คือ แบบออกลูกเป็นไข่ เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม และแบบออกลูกเป็นตัว เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม ในระบบการเลี้ยง จะออกลูกเป็นตัวเสียส่วนใหญ่ ให้ไข่ได้ไม่มากเพียงพอเท่าการเก็บจากธรรมชาติ จึงยังไม่มีไข่อาร์ทีเมียแห้งอัดกระป๋องที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยง เพราะไม่คุ้มทุน ตัวอ่อนอาร์ทีเมียที่พึ่งฟักใหม่ๆ จะมีขนาด 0.4 – 0.5 มิลลิเมตร ขนาดเล็กมากจนสัตว์น้ำแทบทุกชนิดที่มีปากเล็ก หรือกรองกินสามารถกินได้ เช่น ปะการัง ,ดอกไม้ทะเล หรือลูกสัตว์น้ำอื่นๆ ฯลฯ อาร์ทีเมียจะว่ายน้ำตีลังกาตลอดชีวิต และกินอาหารแบบกรองกิน (filter feeding)

 

ประโยชน์ของ Artemia ที่ทำให้คนนิยมใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์

1.       อาร์ทีเมียแรกฟักจะมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะมีกรดไขมัน โอเมก้า 3 แร่ธาตุรวมถึงวิตามินอื่นอีกมาก เหมาะแก่การใช้อนุบาลลูกสัตว์น้ำ ลูกสัตว์น้ำจะโตไว

2.       มีขนาดเหมาะสม อาร์ทีเมียในวัยต่างๆ มีขนาดแตกต่างกัน โดยตัวอ่อนกับตัวเต็มวัยมีน้ำหนักต่างกันถึง 500 เท่า ทำให้เราเลือกใช้อาร์ทีเมียในวัยต่างๆ เพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำได้อย่างเหมาะสม และลำตัวที่อ่อนนุ่มสัตว์น้ำแทบทุกชนิดสามารถกินอาร์ทีเมียได้แม้ขนาดจะใหญ่กว่าปากก็ตาม

3.       สะดวกในการใช้งาน ทั้งในรูปแช่แข็ง และการให้สดๆ

4.       การเลี้ยงตัวเต็มวัยในความเค็มสูงทำให้ เกือบจะปลอดเชื้อโรคและปรสิตต่างๆ

5.       ใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำได้บ้าง ด้วยนิสัยการกินของอาร์ทีเมียแบบกรองกิน ทำให้การใช้อาร์ทีเมียที่ยังมีชีวิต จะช่วยกรองอินทรีย์สารขนาดเล็กที่แขวนลอยอยู่ในน้ำได้บ้าง

     

ไข่อาร์ทีเมียแบบผสมเกลือ เพาะได้ทันที (ขีดเส้นใต้สีแดงบอกว่าผสมเกลือแล้ว)

การฟักไข่ artemia

                ไข่อาร์ทีเมียแห้งจะสามารถทนสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายได้ดี สามารถเก็บรักษาได้เป็นปีๆ แต่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี มิเช่นนั้นอาจจะมีไข่บางส่วนเสีย และไม่ฟักได้ การเก็บไข่อาร์ทีเมียแห้ง ควรเก็บในที่แห้งและเย็น ไม่ควรให้โดนแสง ไข่อาร์ทีเมียแห้งที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปมี 2 แบบ คือ แบบไข่อย่างเดียว และแบบผสมเสร็จ (ผสมเกลือมาแล้ว) การฟักไข่ทั้ง 2 แบบนี้จะแตกต่างกันแค่ในเรื่องการเตรียมน้ำสำหรับฟัก โดยแบบไข่อย่างเดียวจะต้องใช้น้ำเค็ม 25 – 30 ppt ส่วนแบบผสมเสร็จจะต้องใช้น้ำจืดตามที่ฉลากข้างกระป๋องกำหนด เพราะเขาผสมเกลือมาในไข่แล้ว ในการฟักไข่อาร์ทีเมียยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ อีกดังนี้

1.       pH ของน้ำควรอยู่ระหว่าง 8.0 – 8.5 (ไม่ซีเรียสแต่ถ้าได้จะดีมาก)

2.       อุณหภูมิของน้ำ 28 – 34 องศาเซลเซียส และควรคงที่ตลอดการฟัก (เมืองไทยสบายๆ แต่หน้าหนาวอาจจะฟักนานหน่อย)

3.        อัตราส่วนไข่ต่อน้ำในการฟักคือ  2.5 – 4 กรัม (1 ช้อนชา) ต่อน้ำ 1 ลิตร

4.       ให้อากาศแรงๆ ขณะฟักไข่ (จำเป็นมาก)

 

               สามารถเร่งเวลาการฟักของตัวอ่อนอาร์ทีเมียได้ด้วยการให้แสงที่มีความเข้ม 1,500 Lux ขึ้นไป (15 watt) แก่ไข่ขณะฟัก จะทำหรือไม่ก็ได้ ถ้าทำไข่จะฟัก >80 % ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ถ้าไม่ทำไข่จะฟัก >80% ในเวลา 36 – 48 ชั่วโมง แบบที่ผมฟัก มักเริ่มฟักไข่ก่อนนอน เพื่อในวันรุ่งขึ้นจะใช้แสงแดดส่องแทน ประหยัดพลังงานดีครับ
     

การเลือกซื้อไข่ Artemia

           ไข่อาร์ทีเมียแห้งแบบไข่อย่างเดียวที่มีขายกันในท้องตลาด จะมีหลายเกรด โดยเขาจะวัดเป็น%การฟัก โดยเกรดดีที่สุดคือ +80% รองลงมาเป็น 70% ,60% ส่วน 50 – 40% หาได้ยากครับ ไม่ค่อยมีใครนำเข้า ราคาในแต่ละแบบก็แตกต่างกันมาก การเลือกซื้อควรใส่ใจในจุดนี้ด้วยเพราะ %ที่แตกต่างไปเพียง 10 – 20 % นี้จะได้อาร์ทีเมียปริมาณที่ต่างกันมาก เกรดต่ำๆ นิยมทำการฟอกไข่ก่อนฟักไข่ ไม่ขอกล่าวในที่นี้ และไม่แนะนำให้ทำเองโดยไม่มีความชำนาญ เพราะอันตรายต่อทั้งผู้ทำ ไข่อาร์ทีเมียทีฟัก และปลาที่เลี้ยงด้วย ส่วนไข่แบบผสมเสร็จส่วนมากจะใช้เกรด +80% ในการผลิตครับ

     
  อ่านวิธีเพาะฟักไข่ต่อหน้า 2  

 

........ก่อนหน้า

   

หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

 

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน