เกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการให้ผักแก่เต่า : สารประกอบบางอย่างที่มีในผัก

โดย สพ.ญ.กฤดา ชูเกียรติศิริ

 

      พืชผักบางชนิดอาจจะมีสารประกอบบางอย่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพเต่าในปริมาณที่สูง ซึ่งหากเต่าได้รับสารนั้นๆในปริมาณที่มากหรือเป็นระยะเวลานานอาจจะเกิดอันตรายแก่เต่าได้ ในครั้งนี้จะนำเสนอสารที่ค่อนข้างมีบทบาทในการเลี้ยงเต่าบกอยู่พอสมควร

1. กรดออกซาลิก (oxalic acid)

2. Goitrogenic compounds

     
      1. กรดออกซาลิก (oxalic acid) มีสูตรทางเคมี คือ C2H2O4 ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับอาหารที่มีกรดออกซาลิกอยู่ กรดออกซาลิกนี้จะไปรวมกับแร่ธาตุตัวอื่น กลายเป็นผลึกออกซาเลต เช่น แคลเซียมออกซาเลต โดยเฉพาะผลึกของแคลเซียมออกซาเลต จะเกิดได้ง่ายถ้าร่างกายได้รับแคลเซียม และกรดออกซาลิกจากอาหารมากเกินไปในระยะเวลาใกล้เคียงกัน และผลึกแคลเซียมในรูปนี้ไม่สามารถดูดซึมกลับเข้าไปสะสมในกระดูกได้ แต่จะอยู่ในกระแสเลือดและไปสะสมในเนื้อเยื่อ และท้ายที่สุดอาจส่งผลให้อวัยวะที่มีแคลเซียมออกซาเลตไปสะสมนั้นทำงานผิดปกติ

     นอกจากสะสมในเนื้อเยื่อแล้ว อาจจะมีผลให้เกิดก้อนนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในไตหรือกระเพาะปัสสาวะได้  ผลอื่นๆคือ เมื่อไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมกลับเข้าไปสะสมในกระดูกได้เป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดปัญหากระดูกพรุน และเปราะตามมาได้ (Metabolic Bone Disease) ดังนั้นการให้ผักที่มีกรดออกซาลิกสูงๆ แก่เต่า จึงควรระมัดระวัง ไม่ควรให้เป็นระยะเวลานานและจำนวนมาก

โครงสร้าง oxalic acid

     
 

    โดยปกติ ผักในตระกูล Chenopodiacea เช่น beet greens, ผักขม และ chard จะมีแคลเซียมสูงและฟอสฟอรัสต่ำ แต่แคลเซียมปริมาณสูงในผักเหล่านี้จะจับกับกรดออกซาลิกอยู่ในรูปของแคลเซียมออกซาเลตซึ่งสัตว์ไม่สามารถนำไปใช้ได้ และการเสริมแคลเซียมให้ในระหว่างที่เต่ากินผักจำพวกนี้อยู่มากๆก็จะเสี่ยงต่อการเกิดก้อนนิ่วแคลเซียมออกซาเลตได้ง่ายขึ้นด้วย การให้แคลเซียมเสริมแก่เต่าจึงควรคำนึงถึงชนิดของอาหารที่ได้รับในแต่ละครั้งด้วย

     

     แหล่งที่มาของกรดออกซาลิก

(1) เกิดขึ้นภายในร่างกายเองโดยจากขบวนการเมตะบอลิซึมของ glyoxylic และ (unused) ascorbic acid ดังนั้นถ้าร่างกายได้รับวิตามินซีมากเกินไปเป็นเวลานานๆ อาจส่งผลให้มีกรดออกซาลิกเพิ่มขึ้นได้

(2) ได้รับจากภายนอก โดยรับประทานอาหารที่มีกรดออกซาลิก เช่น ผักต่างๆ โดยเฉพาะใบ ยอด และต้นอ่อน

ตารางแสดงปริมาณ oxalic acid ในผักต่างๆ

ชื่อผัก

Oxalic acid (mg/100g)

ชื่อผัก

Oxalic acid (mg/100g)

คูณ

ดอกกุยช่าย

ดอกแค

ดอกโสน

แตงกวา

แตงร้าน

ตำลึง

ถั่วฝักยาว

ใบกระเจี๊ยบ

ใบชะพลู

ใบชะมวง

ใบทองหลาง

ใบบัวบก

ผักกระเฉด

ผักกาดขาว

ผักกาดหอม

ผักคะน้า

93.2

3.6

8.8

11.3

1.1

2.9

8.0

35.0

389.5

1088.4

45.4

4.3

7.5

36.3

6.5

7.4

7.5

ผักบุ้งขาว

ผักบุ้งจีน

ผักหวาน

ฟักทอง

มะเขือเทศ

มะเขือยาว

กล้วยไข่

พุทรา

ผักโขม(Amaranth)

ผักโขม(Spinach)

หน่อไม่ฝรั่ง

บรอคโคลี่

ผักกาด(Cabbage)

แครอท

ดอกกะหล่ำ

มะเขือ

หัวไชเท้า

มันฝรั่ง(Sweet potato)

22.5

57.5

56.8

5.2

50

5.0

109.3

107.4

1090

970

130

190

100

500

150

190

480

240

 

ดูตารางคุณค่าทางอาหารของผักเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

     2. Goitrogenic compounds

                สารประกอบ Goitrogen นี้จะยับยั้งการดูดซึมไอโอดีนของร่างกาย และทำให้ต่อมไทรอยด์โต คือทำให้เกิดโรคคอพอก ซึ่งผักในตระกูล Brassica เช่น ผักกาด (cabbage), ดอกกะหล่ำ (cauliflower) (collards), Kale กะหล่ำปลี ผักกาดหอม และบร็อคเคอรี่ จะมีสารประกอบ goitrogen ในปริมาณที่มากและสามารถทำให้เกิดโรคคอพอกได้ หากได้รับในปริมาณมาก หรือได้รับบ่อยครั้ง

                เราสามารถทดแทนไอโอดีนที่เต่าสูญเสียไปกับสาร Goitrogen ได้โดยใช้แร่ธาตุเสริมบางมื้อ หรือลดการให้ผักดังกล่าวลงไป ทั้งนี้ทั้งนั้น การป้องกันปัญหาจากสารเหล่านี้ โดยการให้ผักสลับชนิดเสมอๆ ไม่ควรให้ผักชนิดเดิมซ้ำๆกันทุกวัน เสมอๆ

 

 

........ก่อนหน้า

  ต่อไป........

หน้าหลัก / ผลิตภัณฑ์ / สั่งสินค้า / บทความ

 

บทความและเนื้อหาทั้งหมดในเวบไซด์นี้สงวนลิขสิทธิ์โดย AQUA MEDICAL ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นใด หรือทำการคัดลอกเพื่อผลประโยชน์อื่นใด โดยมิได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน